Menu Close

5 โรคที่คนไทยเป็นมากที่สุด รู้ทันโรคยอดฮิต พร้อมวิธีดูแลสุขภาพก่อนสาย

โรคยอดฮิตคนไทย

5 โรคที่คนไทยเป็นมากที่สุด รู้ทันโรคยอดฮิต พร้อมวิธีดูแลสุขภาพก่อนสาย

ทำไมคนไทยจึงมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังมากขึ้น?

ปัจจุบันปัญหาสุขภาพของคนไทยมีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) มากขึ้น โดยเฉพาะโรคที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารรสหวาน มัน เค็ม การขาดการออกกำลังกาย การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด และการสูบบุหรี่

ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 ที่มีการรายงานในปี 2568 พบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงประมาณ 17.5 ล้านคน หรือ 29.5% และป่วยเป็นโรคเบาหวานประมาณ 6.1 ล้านคน หรือ 10.6% สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาโรคเรื้อรังเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด

บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 โรคสำคัญที่คนไทยควรเฝ้าระวัง พร้อมสาเหตุ อาการเตือน และแนวทางลดความเสี่ยง เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่วันนี้

หมายเหตุ: รายการต่อไปนี้เป็น 5 กลุ่มโรคสำคัญที่พบและเป็นภาระสุขภาพของคนไทย ไม่ใช่การจัดอันดับจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดจากมากไปน้อย เนื่องจากข้อมูลแต่ละหน่วยงานอาจใช้เกณฑ์การสำรวจและช่วงเวลาแตกต่างกัน

1. โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)

โรคความดันโลหิตสูงเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนไทย โดยเฉพาะวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โรคนี้เกิดจากแรงดันเลือดที่กระทำต่อผนังหลอดเลือดสูงกว่าระดับที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หัวใจและหลอดเลือดต้องทำงานหนักขึ้น

สิ่งที่น่ากังวลคือ ผู้ป่วยจำนวนมากอาจไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน ทำให้ไม่รู้ตัวว่ากำลังมีความดันโลหิตสูง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • รับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง และอาหารรสเค็ม
  • น้ำหนักตัวเกินหรือมีภาวะอ้วน
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • อายุที่เพิ่มขึ้น

อาการที่ควรสังเกต

โรคความดันโลหิตสูงมักไม่มีอาการเตือนที่ชัดเจน บางคนอาจมีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หรือใจสั่น แต่ไม่สามารถใช้ยืนยันโรคได้ด้วยตัวเอง วิธีที่เชื่อถือได้คือการวัดความดันโลหิตอย่างถูกต้อง

วิธีป้องกัน

  • ลดการรับประทานอาหารเค็มและอาหารโซเดียมสูง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
  • ตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ

2. โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของการสร้างอินซูลินหรือการทำงานของอินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ตามปกติ ส่งผลให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่อง

หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อดวงตา ไต ระบบประสาท หัวใจ และหลอดเลือด

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • รับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเป็นประจำ
  • มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • ขาดกิจกรรมทางกาย
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน
  • อายุเพิ่มขึ้น
  • มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน

อาการที่ควรสังเกต

  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
  • กระหายน้ำบ่อยและดื่มน้ำมากผิดปกติ
  • หิวบ่อย
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย
  • แผลหายช้าหรือติดเชื้อง่าย

วิธีป้องกัน

  • ลดการบริโภคน้ำตาลและเครื่องดื่มรสหวาน
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ตามความเหมาะสม
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์

3. โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease)

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นกลุ่มโรคที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด โดยโรคที่พบได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจขาดเลือด และภาวะหัวใจล้มเหลว

สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือการสะสมของไขมันและคราบตะกรันภายในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • ไขมันในเลือดสูง
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคเบาหวาน
  • การสูบบุหรี่
  • ภาวะอ้วนและขาดการออกกำลังกาย
  • ความเครียดและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม
  • พันธุกรรมและประวัติครอบครัว

อาการที่ควรสังเกต

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ
  • หายใจไม่สะดวก
  • ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • เหงื่อออกมากผิดปกติร่วมกับอาการแน่นหน้าอก

หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการหายใจลำบาก เหงื่อแตก หรือปวดร้าวไปแขนและกราม ควรโทร 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

วิธีป้องกัน

  • ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์
  • เลือกรับประทานปลา ผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือด
  • งดสูบบุหรี่
  • ตรวจสุขภาพหัวใจตามความเสี่ยงของแต่ละบุคคล

4. โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง โดยอาจเกิดจากหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน ทำให้สมองขาดเลือด หรือเกิดจากหลอดเลือดแตกจนมีเลือดออกในสมอง

โรคนี้เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เพราะเซลล์สมองอาจเสียหายได้อย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจทำให้เกิดความพิการหรือเสียชีวิตได้

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคเบาหวาน
  • ไขมันในเลือดสูง
  • โรคหัวใจบางชนิด เช่น ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว
  • การสูบบุหรี่
  • ภาวะอ้วนและขาดการออกกำลังกาย

อาการเตือนที่ควรรู้ด้วยหลัก FAST

  • F – Face: ใบหน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก
  • A – Arms: แขนหรือขาอ่อนแรง โดยเฉพาะอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง
  • S – Speech: พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือไม่สามารถเข้าใจคำพูด
  • T – Time: รีบโทร 1669 ทันที ไม่ควรรอดูอาการ

แม้อาการจะดีขึ้นเองภายในเวลาไม่นานก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็นภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง

วิธีป้องกัน

  • ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • ควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • งดสูบบุหรี่
  • ตรวจสุขภาพและรักษาโรคประจำตัวอย่างต่อเนื่อง

5. โรคมะเร็ง (Cancer)

โรคมะเร็งเป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ในร่างกายมีการเจริญเติบโตและแบ่งตัวผิดปกติ จนสามารถลุกลามไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะอื่นได้ ปัจจุบันโรคมะเร็งยังเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของคนไทย

มะเร็งมีหลายชนิดและมีปัจจัยเสี่ยงแตกต่างกัน เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งปากมดลูก

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • พันธุกรรมและประวัติครอบครัว
  • การสูบบุหรี่และการสัมผัสควันบุหรี่
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • การติดเชื้อบางชนิด เช่น HPV และไวรัสตับอักเสบบี
  • การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม
  • การสัมผัสสารก่อมะเร็งและมลพิษบางประเภท
  • อายุที่เพิ่มขึ้น

อาการที่ควรสังเกต

  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีก้อนผิดปกติตามร่างกาย
  • ไอเรื้อรังหรือเสียงแหบต่อเนื่อง
  • ขับถ่ายผิดปกติหรือมีเลือดปน
  • มีแผลเรื้อรังที่ไม่หาย
  • มีเลือดออกผิดปกติ

อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป แต่หากมีอาการต่อเนื่องหรือผิดปกติควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์

วิธีป้องกัน

  • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
  • จำกัดหรือหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานผักและผลไม้ให้หลากหลาย
  • ออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนัก
  • รับวัคซีน HPV และวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีตามข้อบ่งชี้
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งตามอายุและปัจจัยเสี่ยง

วิธีดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงจาก 5 โรคสำคัญ

แม้โรคทั้ง 5 ชนิดจะมีสาเหตุและกลไกการเกิดแตกต่างกัน แต่มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ การเริ่มต้นดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้จึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้ในระยะยาว

แนวทางที่ทุกคนสามารถเริ่มทำได้ ได้แก่

  1. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีใยอาหาร
  2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ตั้งเป้าหมายกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  3. ควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงจากภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน
  4. นอนหลับให้เพียงพอ จัดเวลาพักผ่อนให้เหมาะสมกับวัยและสุขภาพ
  5. จัดการความเครียด หาเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมที่ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย
  6. หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ ลดการสัมผัสสารที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรค
  7. ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะความดันโลหิต ระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด รวมถึงการตรวจคัดกรองโรคตามความเหมาะสม

รู้ทันโรคยอดฮิต เริ่มดูแลสุขภาพก่อนเกิดโรค

5 โรคสำคัญที่คนไทยควรเฝ้าระวัง ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง ซึ่งล้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

สิ่งสำคัญคือโรคหลายชนิดอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยให้พบความผิดปกติและวางแผนดูแลได้เร็วขึ้น

อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนแล้วจึงเริ่มดูแลตัวเอง เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมเล็ก ๆ ในทุกวัน

UNC ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจความเสี่ยง รู้ทันโรค และใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างยั่งยืน

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์