สัญญาณเตือนโรค ออฟฟิศซินโดรม
1.ทำงานอยู่ดีๆ มือก็ชา
ใช้เมาส์ไม่ถนัดเลยเพราะนิ้วชี้แข็งตึง ปวดร้าวถึงข้อมือ เป็นสัญญาณร้ายที่ร่ายกายกำลังบอกว่าถึงเวลาดูแลตัวเองได้แล้วนะ เพราะขณะที่เรากำลังนั่งตัวเกร็งปั่นงานอยู่นี้ กล้ามเนื้อตรงนิ้วมือของเราก็ทำงานหนักมาก จนอักเสบบวมไปกดทับตรงเส้นประสาท และเส้นเอ็นที่ข้อมือของเรา ทำให้นิ้วล็อค มือชา และ เอ็นอักเสบไง หยุดพักสักหน่อยแล้วไปหาหมอเถอะ
2.ปวดหัวหนักมาก
จนบางคนเชื่อกันไปว่าเจ้ากรรมนายเวรมาทวงคืนแต่ที่จริงแล้วอาการ ปวดหัว เกิดขึ้นจากสาเหตุที่เราเครียดมากไปจากการทำงาน ไหนจะ นอนน้อยแค่วันละ 2-3 ชั่วโมง เลยทำให้ตื่นสายจนต้องเร่งรีบไปทำงาน สภาพที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ทำให้ร่างกายเราสร้างฮอร์โมนมาทดแทนไม่ทัน เลยไปกระตุ้นให้ปวดหัวหนักกันไปใหญ่ ปรับเปลี่ยนชีวิตฝึกยิ้มให้กับตัวเองจะช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้น
3.ปวดร้าวตรงหลัง
จากการสะสางงานกองเบ่อเริ่มการนั่งทำงานนานๆ จนไม่ได้ลุกเดินไปไหน จะทำให้ร่างกายเมื่อยล้า ลองสังเกตตัวเราว่าจากคนที่นั่งหลังตรงทำงานผ่านไปไม่กี่นาทีจะค่อยๆ ห่อตัวไหลลงมากองที่เก้าอี้ เห็นตัวเองแบบนี้รู้ไหมว่ากล้ามเนื้อคอกำลังเกร็งอยู่ตลอดเวลาจนทำให้ปวดร้าวที่หลังเรื้อรัง
4.ปวดแสบจริงจังทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ
สาวออฟฟิศ ที่ชอบ กลั้นปัสสาวะ นานๆ หรือทำงานเพลินจนลืมเข้าห้องน้ำจนติดเป็นนิสัย หากปล่อยไว้นานๆ อาจติดเชื้อแบคทีเรีย จะเริ่มปัสสาวะไม่ออกและแสบมากๆ บริเวณนั้น เป็นสัญญาณเตือนของ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ที่อยากให้ป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่า
5.ทำงานหน้าคอมพ์ จู่ๆ ตาก็พร่ามัวขึ้นมาทันที
อาการแบบนี้น่ากลัวมากและเกี่ยวข้องกับการใช้สายตาโดยไม่ได้หยุดพัก ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนที่รู้กันดีว่ามี แสงสีฟ้า ที่เป็น อันตรายต่อลูกตา ลองคิดดูว่า หากคนเราใช้สายตาโดยไม่หยุดพักเลย ยกเว้นตอนนอน 8 ชั่วโมง (บางคนน้อยกว่านั้น) จะเท่ากับเราใช้สายตาจึง 4.6 วันตลอดสัปดาห์ มีเวลาหยุดพักเพียง 2 วันกว่าๆ เท่านั้นเองอย่างนี้แล้วสิ่งที่ตามมาคือ การเสื่อมสภาพของเยื่อบุนัยตา และมีความเสี่ยงต่อต้อหินขึ้นได้ในอนาคต ดังนั้น หากตาพร่าบ่อยๆ ให้พักสายตา และหากไม่ดูแลดวงตาก็อาจถึงขั้นตาบอดถาวรได้
